มุมมองจาก CEO: ส่องทิศทาง E-commerce หลังยุคโรคระบาดพุ่งสูง


E-commerce คืออะไร
E-commerce คือการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการสั่งรองเท้าผ้าใบจาก Zalando, การจ่ายค่าสมาชิก Spotify หรือการกดซื้อการ์ด Labubu ตอนตีสอง เพียงเพราะคุณ "แค่อยากเช็คราคาเฉยๆ" ตราบใดที่มีการแลกเปลี่ยนเงินตราและเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ นั่นแหละคือ E-commerce
ตัวเลขที่น่าสนใจ
ก่อนปี 2020 E-commerce เติบโตอย่างต่อเนื่อง (และมั่นคงมาก) ที่ประมาณ 12–14% ต่อปี จนกระทั่งเกิดโรคระบาดที่เป็นเหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟ ในปี 2020 และ 2021 ยอดขายปลีกออนไลน์ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 25% ในหลายๆ ตลาด ผู้คนที่ต้องกักตัวอยู่บ้านต่างพากันสั่งซื้อทุกอย่างผ่านออนไลน์ ตั้งแต่เครื่องทำขนมปัง ดัมเบล กระดาษชำระ วิดีโอเกม และอาจรวมถึงของบางอย่างที่ตอนนี้เริ่มเสียดายที่ซื้อมา (เช่น ดัมเบลพลาสติกที่วางทิ้งไว้บนพื้นสักที่ในบ้าน)
ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา การเติบโตเริ่มชะลอตัวลงมาอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลมากขึ้นที่ 8 – 10% ต่อปี แต่ประเด็นสำคัญคือ ฐานผู้ใช้งานใหม่นี้ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่มั่นคงไปแล้ว
ในสหรัฐอเมริกา E-commerce ครองส่วนแบ่งประมาณ 16% ของยอดขายปลีกทั้งหมด (เพิ่มขึ้นจาก 11% ในปี 2019) ส่วนยุโรปอยู่ที่ประมาณ 15% โดยมีผู้นำอย่างสหราชอาณาจักรและกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่ทำตัวเลขได้สูงกว่านั้น ขณะที่จีนอยู่ในระดับที่เหนือกว่าใครเพื่อน ด้วยยอดขายปลีกกว่า 30% ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์
ความแตกต่างในแต่ละภูมิภาค
ยุโรป ยังคงมีความหลากหลายเช่นเคย ประเทศทางตอนเหนือปรับตัวได้เร็วกว่าเนื่องจากมีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่สูงและระบบโลจิสติกส์ที่ดี ส่วนยุโรปตอนใต้กำลังค่อยๆ ตามมา แม้ว่าการส่งของไปยังเกาะในกรีซอาจจะยังต้องใช้ความอดทนอยู่บ้าง
สหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นบรรทัดฐานในเรื่องของขนาด โดยมี Amazon เป็นผู้กำหนดความคาดหวังของลูกค้าทั้งในเรื่องความเร็วในการจัดส่งและการคืนสินค้า
เอเชีย โดยเฉพาะจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล่นในเกมที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งการไลฟ์สดขายของ การชำระเงินผ่านมือถือ และซูเปอร์แอป (Super-apps) ที่ทำให้ประสบการณ์การช้อปปิ้งของฝั่งตะวันตกดูเหมือนยุคอินเทอร์เน็ตบ้านแบบหมุนโทรศัพท์ไปเลย
ระบบนิเวศของ E-commerce
เบื้องหลังปุ่ม "เพิ่มลงรถเข็น" มีจักรวาลของเทคโนโลยีซ่อนอยู่:
เครือข่ายการจัดส่ง ที่แข่งขันกันส่งพัสดุจากคลังสินค้ามืด (Dark Warehouses) ไปถึงหน้าบ้านคุณภายในเวลาไม่ถึงวัน
โครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้หน้าชำระเงินโหลดได้เร็วกว่านักปั่นจักรยานชาวเบลเยียมที่กำลังปั่นลงจากยอดเขา Mont Ventoux
ผู้ให้บริการชำระเงิน ที่ต่อสู้เพื่อลดเวลาการทำธุรกรรมลงในระดับมิลลิวินาที พร้อมกับป้องกันเหล่านักต้มตุ๋นไปในตัว
เครื่องมือ SaaS ที่มีอยู่ทุกที่: แอปออกใบแจ้งหนี้, ระบบอีเมลอัตโนมัติ, แดชบอร์ดวิเคราะห์ข้อมูล, ระบบดูสินค้าแบบ 3D... และอีกมากมาย
มันคือเครื่องจักรที่ซับซ้อนและสวยงาม ซึ่งกำลังฉลาดขึ้นเรื่อยๆ
บริการออนไลน์ถือเป็น E-commerce ด้วยหรือไม่?
นี่คือประเด็นไว้ถกเถียงกันตอนพักดื่มกาแฟ: การจ่ายเงินค่า Netflix, ChatGPT หรือพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ ถือเป็น "E-commerce" หรือแค่ "บริการดิจิทัล"?
นักเศรษฐศาสตร์อาจจะถกเถียงกันเรื่องนิยาม แต่สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่แล้ว มันไม่สำคัญเลย ถ้าคุณสามารถรับเงินผ่านออนไลน์ได้ คุณก็อยู่ในสนามเดียวกันนั่นแหละ
สำหรับเรา เราขอนิยามว่า: มันคือ E-commerce
เส้นทางข้างหน้า
แม้จะมีความตึงเครียดทางการเมือง ภาษีนำเข้าในสไตล์ของ Trump หรือความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกที่เกิดขึ้นเป็นระยะ แต่ E-commerce ก็ยังถูกกำหนดให้ เติบโตอย่างต่อเนื่อง
คาดการณ์ว่ายอดขายปลีกออนไลน์ทั่วโลกจะทะลุ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2025 และจะพุ่งสูงขึ้นต่อไป
การเติบโตจะมีความมั่นคงมากกว่าช่วงที่พุ่งสูงในยุคโรคระบาด แต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะคนรุ่นใหม่มองว่าการช้อปปิ้งออนไลน์เป็นเรื่องปกติเหมือนกับการหายใจ
คุณควรลงทุนใน E-commerce หรือไม่?
แน่นอนที่สุด
คำถามไม่ใช่ว่า "ควรทำไหม" แต่คือ "จะทำอย่างไร":
สร้างร้านค้าออนไลน์ของคุณเองด้วยโครงสร้างเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง
ขยายไปยัง Marketplace ต่างๆ แต่ต้องรักษาอำนาจการควบคุมแบรนด์ของคุณไว้
เริ่มใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้จมกองงานที่ต้องทำด้วยมือ
ที่ We Do Dev Work เราช่วยบริษัทต่างๆ สร้างรากฐานที่ถูกต้อง ตั้งแต่เว็บแอปพลิเคชันแบบปรับแต่งพิเศษ ไปจนถึงร้านค้า Shopify ที่รวดเร็ว, ระบบหลังบ้านด้วย Supabase และระบบอัตโนมัติที่ชาญฉลาด
เราออกแบบ เขียนโค้ด และส่งมอบงาน เพื่อให้คุณโฟกัสกับการขายได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า อาหารเสริม บริการสมาชิก หรือไอเดียธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ถัดไปของคุณ
Related articles

เหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ทำลายอุตสาหกรรมดนตรีได้อย่างไร
ซอฟต์แวร์ไม่ได้ทำลายอุตสาหกรรมดนตรี แต่มันเขียนอุตสาหกรรมนี้ขึ้นมาใหม่ และเช่นเดียวกับการเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง มันสร้างทั้งผู้ชนะ ผู้แพ้ และกฎเกณฑ์ชุดใหม่ทั้งหมด


ทำไมเราถึงไม่ควรละทิ้งความหวังในยุโรป
มันอาจจะฟังดูแปลกไปสักหน่อยเมื่อมาจากปากของคนที่ย้ายจากยุโรปมาอยู่เอเชีย เมื่อผมบอกใครต่อใครว่าผมกำลังจะออกมาปกป้องยุโรป พวกเขามักจะเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ผมอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ บริหารเอเจนซี่ซอฟต์แวร์ในประเทศไทย และรายล้อมไปด้วยตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงสุด ตามทฤษฎีแล้ว ผมควรจะเป็นคนสุดท้ายที่ออกมาโปรโมตว่ายุโรปเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยโอกาส แต่ยิ่งผมได้ทำงานกับบริษัทในยุโรปมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่า ยุโรปถูกเข้าใจผิดมากกว่าที่จะเป็นฝ่ายตามหลัง


ก้าวข้าม Vercel และ Netlify: มองหาทางเลือกการโฮสต์ Frontend ที่ตอบโจทย์กว่า
เมื่อไม่นานมานี้ การ Deploy เว็บไซต์เคยเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก คุณต้องเช่า VPS, ติดตั้ง Nginx, ตั้งค่า SSL, คอยกังวลเรื่อง Port และ Permission แถมยังต้องลุ้นว่าเซิร์ฟเวอร์จะล่มไหมตอนอัปเดตเวอร์ชันใหม่ จนกระทั่ง Netlify และ Vercel เข้ามาเปลี่ยนโลก เพียงแค่เชื่อมต่อ GitHub แล้ว Push Code เว็บไซต์ก็ออนไลน์ได้ทันที สำหรับ Frontend Developer แล้ว นี่คือเวทมนตร์ชัดๆ

พร้อมพาธุรกิจของคุณไปสู่ระดับต่อไป
ร่วมมือกับทีมมืออาชีพที่เปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นประสบการณ์ทางธุรกิจอันทรงพลังและเติบโตไปพร้อมกับคุณ
